VISA starts using

บริษัท VISA จะใช้ลายนิ้วมือแทนรหัสและลายเซ็นแบบเก่า หากแต่หลายคน ยังคงกังวลเรื่องความปลอดภัย ณ ปัจจุบัน เราต่างใช้ลายพิมพ์นิ้วมือเปิดล็อคประตู, โทรศัพท์มือถือ รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ ได้แล้ว แต่ผู้บริโภคยังกล้าๆ กลัวๆ ในการใช้ลายพิมพ์นิ้วมือเพื่อจ่ายเงิน

ทางด้านบริษัท VISA มองว่าลูกค้าพร้อมแล้วที่จะใช้ประโยชน์จาก Biometrics โดยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะทางกายภาพเพื่อแสดงตัวตน หากแต่ผู้ใช้งานก็ยังมีข้อสงสัยว่า เทคโนโลยีนี้มีความปลอดภัยมากแค่ไหน

โดย VISA เริ่มต้นทดสอบการใช้งานบัตรต่างๆ ซึ่งมีตัวอ่านลายนิ้วมือฝังอยู่ภายใน เพียงแค่ผู้ใช้เพียงกดนิ้วมือลงบนเครื่องเท่านั้น การใช้ลายนิ้วมือนี้ จะช่วยให้ลูกค้าข้ามขั้นตอน รหัสล็อก หรือ PIN รวมทั้งไม่ต้องเขียนลายเซ็นให้ยุ่งยาก

ลายนิ้วมือของผู้ใช้จะถูกนำมาเปรียบเทียมกับลายนิ้วมือที่เข้าระบบเอาไว้ โดยสีเเดงกับสีเขียวบนตัวบัตรจะช่วยระบุว่าลายนิ้วมือของผู้ใช้ตรงกับลายนิ้วมือในบัตรหรือไม่ สำหรับคนที่ใช้บัตรเครดิตร่วมกับคนอื่น ก็จะใช้ระบุรหัสล็อก หรือเขียนลายเซ็นแทน

ซึ่งเมื่อปี 2017 บริษัท MasterCard ได้เริ่มต้นทดสอบบัตรแบบใช้ลายนิ้วมือในการจ่ายค่าสินค้าเเละบริการ ในแอฟริกาใต้

VISA ได้ทำการสำรวจจากชาวอเมริกัน 1,000 คน พบว่ามีผู้คนจำนวนถึง 86 % สนใจใช้ Biometrics ในการสั่งจ่ายเงินหรือรูดบัตรเครดิต แน่นอนว่ามันสะดวกสบาย แต่คำถามคือระบบนี้มั่นคงปลอดภัยแค่ไหน

Anil Jain ศาสตราจารย์เเละนักวิจัย Biometrics แห่ง Michigan State University และนักศึกษาของเขา พยายามพัฒนาลายนิ้วมือปลอมขึ้นมา ผลคือมันใช้งานได้สำเร็จหลายครั้ง เมื่อนำมาทดลองกับการปลดล็อคที่พึ่งข้อมูล Biometrics เป็นกุญแจ โดยศาสตราจารย์ Anil Jain เชื่อว่า เป็นเรื่องยากในการขโมยข้อมูลชีวมาตรจากโทรศัพท์หรือชิพของ VISA เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ Biometrics ที่จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลกลาง

เขากล่าวเสริมอีกว่า ไม่มีระบบความปลอดภัยไหนก็ตามที่สามารถป้องกันการขโมยข้อมูลได้ หากแต่แนวคิดนี้ทำให้การแอบอ้างตัวเองเพื่อใช้บัตรเครดิตของผู้อื่นทำได้ยากขึ้น ถ้าหากเป็นการสั่งจ่ายเงินจำนวนมาก เช่น การซื้อสินค้ามูลค่า 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ทางร้านอาจขอให้คุณแสดงหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ระบบจดจำใบหน้าเพิ่มเข้ามานอกเหนือจากระบบจดจำลายพิมพ์นิ้วมือ

อีกทั้ง ศาสตราจารย์ Anil Jain ยังกล่าวอีกว่า การใช้ Biometrics จะกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานกันมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะราคาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เเละซอฟแวร์ถูกลง ก็จะทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้งาน Biometrics เพิ่มขึ้น

สุดท้ายแล้ว ศาสตราจารย์ Jain แนะนำเพิ่มเติมว่า ผู้บริโภคควรใช้ข้อมูล Biometrics ของตนเองอย่างระมัดระวัง โดยพูดทิ้งท้ายเพื่อเป็นการย้ำเตือนว่า ไม่ควรโพสต์ลายนิ้วมือของตนเองบนสังคมออนไลน์อย่างเด็ดขาด

Comments are closed.
siemens-the-future-of-energy

Siemens อนาคตด้านพลังงาน

ในอนาคตพลังงานจะมีการใช้เพิ่มมากขึ้นในหลายๆ ประเทศและที่สำคัญจะมีการใช้พลังงานรูปแบบใหม่ที่ซับซ่อนมากขึ้น เราจึงต้องคิดค้นและหาพลังงานใหม่ๆ มาเพื่อใช้ทดแทนพลังงานที่เป็นมลภาวะ โดยเราจะใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมาเป็นอันดับ 1 เสมอ ซึ่งในอนาคตที่จะต้องมีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณจึงต้องทำให้เราใส่ใจสภาพภูมิอากาศมากขึ้น

siemens-future-manufacturing-industry

อนาคตอุตสาหกรรมการผลิต

อุตสาหกรรมการผลิตในอนาคตทาง siemens ภูมิใจในการเป็นผู้บุกเบิกกับทางอุตสาหกรรมต่างๆ โดย siemens พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพื่อเป็นการยกระดับสู่การตลาดที่กว้างขึ้นให้มีมาตรฐานในการผลิตอย่างต่อเนื่องและเพียงพอต่อความต้องการ ช่วยลดเวลาในการผลิตให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการได้เปรียบในเรื่องของการผลิต

greater-city-of-the-future

Siemens เมืองที่ยั่งยืน

การเปลี่ยนแปลงในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อม ผู้คน รวมไปถึงเทคโนโลยีต่างๆ จะมีความยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อ ผู้คนเหล่านั้นจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีแหล่งอาหารที่ดี มีน้ำในการอุปโภคบริโภคที่ดี มีอากาศที่บริสุทธิ์รวมไปถึงความปลอดภัยในเรื่องของที่อยู่อาศัย และความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเช่น ในเรื่องของการโดยสาร การขนส่ง