Siemens cooperates with Govt.

นับเป็นเรื่องดีของนักศึกษาไทยที่ทางซีเมนส์ได้ร่วมมือกับทาง สอศ. เพื่อสนับสนุนการศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อส่งเสริมการผลิตบุคลากรระดับอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการทำงานในอนาคตสำหรับการติดตั้งระบบรางใหม่ของประเทศไทย ร่วมถึงการความร่วมมือด้านต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับครู นักเรียน และนักศึกษาทางด้านวิชาการ และภาคปฏิบัติ การตัดสินใจครั้งนี้ของซีเมนส์ เป็นผลดีกับทางเราอย่างมากที่จะได้โอกาสพัฒนาบุคลากรที่จำเป็น เพื่อกระตุ้นให้ประเทศสามารถเดินหน้าพัฒนาในด้านระบบคมนาคมสมัยใหม่

ทางรองเลขาธิการ กอศ ได้ออกมาชี้แจ้งว่า เราสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ในการศึกษาองค์ความรู้ระดับวิชาชีพ ให้พัฒนาต่อยอดให้ดีกว่าเดิม โดยเน้นในการปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่ทางวิชาการเท่านั้น ทำให้นักศึกษาที่จบสามารถตอบโจทย์ตำแหน่งงานที่ได้รับหมอบหมายได้โดยใช้เวลาปรับตัวน้อยที่สุด และสั่งให้ทั้งสองมหาลัยทำงานร่วมกันได้กับบริษัทซีเมนส์ได้แก่ วิทยาลุยเทคนิคสุพรรณบุรี และวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี เพื่อรองรับการมาถึงของระบบรางแบบใหม่ที่จะนำมาใช้กับรถไฟฟ้าความเร็วสูง เมื่อเรามีคนพร้อมจะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายมหาศาลจากการพึงพาบุคลากรของทางต่างประเทศ

ส่วนทางด้านประธานของบริษัทซีเมนส์ นายมารค์ ลอเรนซีนี กล่าวว่าทางบริษัทนั้นมีความพร้อมอย่างมากที่จะช่วยเหลือในด้านองค์ความรู้ และการวางแผนจัดการพัฒนาบุคลากร รวมถึงหลักสูตรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อทำงานร่วมกับทั้งสองมหาลัยที่ได้รับหมอบหมาย โดยจะเริ่มการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครการ ก็เข้าฝึกตามเป้าหมายของโครการ โดยจะเน้นการฝึกทางวิชาชีพช่างจากทั้งสองแห่งคือ โรงซ่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้ามหานคร รวมถึงยินดีที่จะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดระหว่างที่นักศึกษาได้เข้ามาอบรมในบริษัทของซีเมนส์ โดยจะมีการจัดพี่เลี้ยง และสวัสดิการอื่นๆ ซึ่งได้รับสิทธิเหมือนกับพนักงานเต็มตัวของซีเมนส์ และพร้อมที่จะรับนักศึกษาที่ผ่านการอบรมจากโครงการแล้วเข้าทำงานกับบริษัทซีเมนส์

ประเทศไทยนั้นกำลังพัฒนาด้านคมนาคมขนานใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือระบบรางรถไฟ ที่จะรองรับรถไฟฟ้าความเร็วสูง รวมถึงรถไฟฟ้าไร้คนขับที่จะถูกจัดส่งมาที่ประเทศไทยโดยบริษัทซีเมนส์เช่นเดียวกัน การที่ได้รับความสนับสนุนจากผู้นำด้านเทคโนโลยีครั้งนี้ ถือเป็นความโชคดีอย่างมาก โดยทางบริษัทนั้นยังสนับสนุนในด้านอื่นๆ อีกมากมาย อย่างการติดตั้งกังหันลมขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียก็เช่นกันซึ่งโครงการนี้จะช่วยสนับสนุนรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่จะเข้ามาในประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ.2563 ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 3,590 คนต่อชั่วโมง และทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงจำเป็นจะต้องมีการบำรุงรักษาอย่างดี และคงเป็นไปไม่ได้หากไม่มีช่างที่ซ่อมเป็น

Comments are closed.